วัดปรมัยยิกาวาส

        วัดปรมัยยิกาวาส เดิมชื่อวัดปากอ่าวในสมัยอยุธยาและเมื่อมอญได้เข้าตั้งถิ่นฐานจึงได้ใช้เป็น
วัดของชาวมอญเรียกว่า "วัดเภี่ยมู้เกี้ยเติ้ง"ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสไปยังบางปะอิน
แลเห็นว่าวัดทรุดโทรม จึงได้นึกถึงพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูรพระเจ้าบรมมอัยยิกาเธอ
กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร (อัยยิกาแปลว่า ยาย) ผู้ทรงอภิบาลพระองค์มาแต่ทรงพระเยาว์
และได้พระราชทานนามวัดว่า
วัดปรมัยยิกาวาส ซึ่งมีความหมายว่า "วัดของพระบรมอัยยิกา"

ภายในวัด เป็นที่ตั้งพระธาตุมุเตาจำลองของชาวมอญ ให้ระลึกถึงพระธาตุที่หงสาวดี
โดยพระธาตุมุเตาที่วัดปรมัยยิกาวาส หันยอดของพระธาตุไปทางทิศเดียวกับพระธาตุมุเตาองค์จริงที่ประเทศพม่า

พระประธาน
        ภายในอุโบสถเป็นที่ตั้งพระประธานสร้างโดย
พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ที่งดงามมีสรีระสมสัดส่วน
ด้านหลังองค์พระประธานมีรูปปั้นเทวดา ที่กล่าวขานกัน
ว่ามักจะออกไปเดินเล่นจนชาวบ้าน
ตกใจกลัว ทางวัดจึงต้องทำพิธีตอกตะปูสะกดท่านไว้
จากนั้นก็ไม่มีใครได้พบเห็นอีก ดังนั้น
ผู้ที่ได้ไปสักการะบูชา องค์พระประธาน
ที่วัดปรมัยยิกาวาส อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมรูปปั้นเทวดา
ทั้ง 2 องค์ที่อยู่ทางด้านหลังของพระประธานด้วย
สำหรับภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดปรมัยยิกาวาส
ก็โดดเด่น ไม่เหมือนใคร โดยฝีมือ พระองค์เจ้าประวิท
ชุมสาย ด้วยลวดลายแบบตะวันตกเทคนิกแบบ
perspective (มีมิติและจุดมองในมุมลึก)
ซึ่งพบน้อยในประเทศไทย ด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ
กิจของสงฆ์ทั้ง 24 ภาพ สอดแทรกวิถีชิวิตและสังคม
ในสมัยรัชกาลที่ 5ที่เริ่มมีอาคารแบบฝรั่ง










 

วิหารหลวง 
        ในวิหารหลวงนั้นเป็นที่ประดิษฐาน "พระนนทมุนิน" พระประจำเมืองนนทบุรี ที่ศักดิ์สิทธิ์
และยังประดิษฐานพระพุทธไสยาส ที่พระบาทนั้นมีลาย 108 มงคลอย่างครบถ้วน ศาลาด้านนอก
ประดิษฐานพระศรีอาริยะเมตไตร อนาคตพุทธเจ้า เชื่อว่าเมื่อได้กราบสักการะอย่างต่อเนื่อง
จะได้เกิด ในภพชาติของพระองค์ในภายหน้า